สาระน่ารู้

ปัจจัยแห่งความสำเร็จสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านกาแฟ

Posted by on Nov 12, 2017 in 1. รีวิวสินค้า | Comments Off on ปัจจัยแห่งความสำเร็จสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านกาแฟ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านกาแฟ

ในปัจจุบันมีผู้ที่ชื่นชอบ และเป็นคอกาแฟสดอยู่เป็นจำนวนมาก ความต้องการของผู้บริโภคนั้นมีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ร้านกาแฟสดจึงเป็นคำตอบให้กับคอกาแฟทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ ความต้องการในการเปิดร้านกาแฟสดจึงมีมากตามไปด้วย เราจึงพบเห็นร้านกาแฟสดได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ ปัจจัยแห่งความสำเร็จสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านกาแฟสด มีอยู่หลายประการ แต่จะขอกล่าวถึงใน 3 ประการหลักๆ ดังนี้ การบริการและการอบรมพนักงาน การบริการนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก การบริการที่ดี ช่วยให้ลูกค้าเกิดความประทับใจต่อร้านกาแฟสดนั้นๆ และต้องการที่จะมาใช้บริการอีกได้ ดังนั้น พนักงานในร้านควรมีความใส่ใจลูกค้า และทราบความต้องการของลูกค้า ก่อนเปิดร้าน เจ้าของร้านควรมีการอบรม หรือมีการเน้นเรื่องการบริการให้กับสมาชิกในร้าน เพื่อที่จะมีมาตรฐานการบริการที่ดี และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน การเลือกเครื่องชงกาแฟ การเลือก เครื่องชงกาแฟมือสอง ในการเริ่มทำร้านกาแฟสด สามารถเลือกได้ทั้งเครื่องชงกาแฟใหม่ และเครื่องชงกาแฟมือสอง ทั้งนี้ ควรเลือกที่มีคุณภาพมากที่สุด มีฟังก์ชั่นเหมาะสมกับการใช้งานภายในร้าน และเลือกที่เหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยสอดคล้องกับคุณภาพของเครื่องชงกาแฟนั้นๆ ด้วย เพราะเครื่องชงกาแฟเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากในการชงกาแฟสด และมีผลต่อรสชาติรวมไปถึงกลิ่นของกาแฟสดในแต่ละแก้วอย่างมากด้วย เครื่องชงกาแฟนับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนหัวใจหลักของการเปิดร้านกาแฟ ดังนั้น เครื่องชงกาแฟ ควรใช้ความพิถีพิถันในการเลือก และเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ความรู้เรื่องกาแฟ แม้ว่าจะมีบาริสต้าที่สามารถชงกาแฟได้อร่อยมากเพียงใด แต่หากเจ้าของร้านเองไม่มีความรู้เรื่องกาแฟเลย หรือไม่สามารถพูดคุยให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย ก็ไม่อาจดำเนินธุรกิจร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จได้ เพราะตัวเจ้าของร้านเองยังไม่รักในสิ่งที่ตนเองทำอย่างแท้จริง ดังนั้น เจ้าของร้านควรมีความรู้ในเรื่องกาแฟมากพอสมควร รวมไปถึงหาความรู้ในด้านการทำธุรกิจเพิ่มเติมด้วย หากอยากเปิดร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมีการบริการที่ดี มีการเลือกเครื่องชงกาแฟและบาริสต้าที่ดี...

read more

การเช่ารถตู้ และระยะเวลาในการเช่า

Posted by on Nov 5, 2017 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on การเช่ารถตู้ และระยะเวลาในการเช่า

การเช่ารถตู้ และระยะเวลาในการเช่า

ธุรกิจรถตู้เช่านั้น จะให้บริการทั้งการเช่าในระยะสั้น และการเช่าในระยะยาว แต่ไม่ว่าจะเป็นการเช่าในระยะสั้น หรือระยะยาว ก็จะต้องมีการทำสัญญาเช่าอย่างเป็นทางการ ซึ่งในสัญญาเช่านี้เอง ที่จะสามารถนำมายืนยันได้ว่าได้ทำการเช่ารถตู้แบบระยะสั้น หรือระยะยาว และมีรายละเอียดในสัญญาเช่าต่างๆ อย่างไรบ้าง การเช่ารถตู้แบบระยะสั้น การเช่ารถตู้แบบระยะสั้น คือ การเช่ารถยนต์ระยะเวลา ตั้งแต่ 1 วัน ถึง 12 เดือน ลูกค้าบุคคล โดยทั่วไปจะเป็นการเช่าแบบระยะสั้น คือไม่เกิน 1 ปี จุดประสงค์ในการเช่ารถยนต์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวหรือเป็นรถยนต์ทดแทนระหว่างนำรถยนต์เข้าซ่อม การเช่ารถตู้แบบระยะยาว การ เช่ารถตู้ แบบระยะยาว คือ การเช่ารถยนต์ระยะเวลา ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นองค์กร หรือ นิติบุคคล การเช่ารถตู้ก็จะเป็นการเช่ารถยนต์แบบระยะยาว คือตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป จุดประสงค์การเช่ารถยนต์เพื่อใช้ดำเนินงานในกิจการขององค์กรนั้นๆ ข้อควรคำนึงถึงในระยะเวลาการเช่ารถตู้ การเช่ารถตู้นั้น มีทั้งการเช่าในระยะสั้น และระยะยาวอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ความเหมาะสมในการเช่ารถตู้ว่าจะเช่าแบบระยะสั้น หรือระยะยาวดี สำหรับผู้เช่ารายบุคคลที่เช่าเพื่อการเดินทางเฉพาะกิจเป็นครั้งคราว คงไม่มีความสับสนว่าจะต้องเช่าแบบใด เพราะต้องเลือกเช่าแบบระยะสั้นอยู่แล้ว แต่สำหรับหน่วยงาน องค์กร หรือนิติบุคคลที่มีความจำเป็นจะต้องใช้รถตู้ในการเดินทางหรือทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ก็คงจะไม่แน่ใจว่าจะเลือกเช่ารถตู้แบบใดดี จึงจะมีความเหมาะสม ก็คงให้คำแนะนำได้ว่า การจะเลือกเช่ารถตู้ระยะสั้น หรือระยะยาว ก็ต้องดูที่ความเหมาะสมเป็นหลัก หากว่ามีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องทั้งปี ตลอดจนทุกปี การเช่าระยะยาวก็มีความเหมาะสมกว่า และมีค่าใช้จ่ายในการเช่าที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกันแล้ว แต่หากไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือใช้งานบ้าง ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้อย่างแน่นอนว่าจะมีงานเมื่อไร อย่างไรบ้าง ก็อาจเลือกเช่าเป็นระยะสั้นก่อน เป็นต้น ไม่ว่าจะเลือกการเช่ารถตู้เป็นแบบระยะยาว หรือระยะสั้นก็ตาม สิ่งที่มีความสำคัญก็คือการอ่านสัญญา และเงื่อนไขในการเช่ารถตู้ต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่า และเกิดความพึงพอใจมากที่สุด...

read more

ระบบเบรก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

Posted by on Apr 17, 2017 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on ระบบเบรก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ระบบเบรก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใด หากขึ้นชื่อว่ารถที่ต้องใช้งานจริงแล้วนั้น ก็ย่อมเกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุได้เสมอ จึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ในเรื่องของความปลอดภัยให้มาก รถโฟล์คลิฟท์มือสอง ที่ใช้งานในองค์กรหรือโรงงานต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน ก่อนใช้งานก็ควรมีการตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานมากที่สุดหรือไม่ และหากพบว่ามีความผิดปกติในส่วนใดก็ตาม ไม่ควรนำมาใช้งานเด็ดขาด แต่ควรรีบนำไปซ่อมและแก้ไขในทันที เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ระบบเบรก เป็นสิ่งที่มีความสำคัญของการใช้งานรถทุกประเภทเป็นระบบที่ซับซ้อนประกอบด้วยระบบไฟฟ้าระบบกลไก และระบบไฮดรอลิก ซึ่งทุกระบบต้องทำงานร่วมกันในการหยุดรถ ดังนั้น หากเกิดความเสียหายในระบบใด ก็ย่อมเกิดอันตรายขึ้นได้หากระบบเบรกมีปัญหา เบรกไม่อยู่แม้เพียงเสี้ยววินาที ก็อาจส่งผลเสียมหาศาลต่อองค์กร ตัวผู้ใช้รถ รวมไปถึงผู้ร่วมงานได้ ปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรกที่พบได้บ่อย คือ 1. รถเสียการทรงตัวเมื่อเบรกดึงไปทางซ้ายหรือขวาหรือมีการปัดเล็กน้อย 2. แป้นเหยียบเบรกมีอาการสั่น 3. รถไม่หยุดตามที่ต้องการหรือมีระยะเบรกยาวกว่าที่ควรเป็น 4. เบรกแข็งกว่าปกติ ทำให้เบรกได้ยาก หรือต้องออกแรงมากขึ้น 5. เบรกแล้วจมหาย ไม่กลับคืนมา ปัญหาที่พบได้ต่างๆ เหล่านี้ ควรหยุดใช้งานและรีบแก้ไขในทันที ไม่ควรนำรถที่เบรกมีปัญหาหรือเบรกไม่ดีเท่าที่ควรมาใช้อย่างเด็ดขาด รวมไปถึงไม่ควรมั่นใจในตนเองมากเกินไป เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้น อาจจะทำให้คุณรับผิดชอบไม่ไหว หรือเกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากพบว่าเบรกมีปัญหา ต้องหยุดใช้งาน และนำรถโฟล์คลิฟท์นั้นไปตรวจสอบให้แน่ใจ หรือทำการซ่อมบำรุงให้ดีเสียก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้งานต่อได้อย่างปลอดภัยหายห่วง ซึ่งนอกจากระบบเบรกแล้ว ระบบต่างๆ ของรถก็มีผลต่อความปลอดภัยของทรัพย์สินและชีวิตเช่นเดียวกัน ดังนั้น ไม่เพียงระบบเบรกเท่านั้น แต่หากพบว่ามีระบบอื่นๆ ที่ผิดปกติ...

read more

น้ำมันปลาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

Posted by on Apr 15, 2017 in 2. อาหารเสริม | Comments Off on น้ำมันปลาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

น้ำมันปลาคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

หากพูดถึงน้ำมันปลา หรือน้ำมันตับปลา เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งน้ำมันปลา ถือเป็นอาหารเสริมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น้ำมันปลา เป็นสารประกอบของกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของโอเมกา 3 มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. EPA ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด พร้อมทั้งป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และยังป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคสมองขาดเลือด และโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 2. DHAเป็นส่วนประกอบสำคัญของสมองและดวงตา ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ ความจำ ตลอดจนระบบสายตา ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของน้ำมันปลา ประโยชน์ของน้ำมันปลา มีอยู่หลายประการดังนี้ 1. ช่วยลดไขมันในเลือด กรดไขมันกลุ่มโอเมกา 3 จะช่วยยับยั้งการสร้างไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์และไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำมากนอกจากนี้ยังเพิ่ม HDL ซึ่งเป็นไลโปโปรตีนที่นำโคเรสเตอรอลไปทำลายที่ตับ จึงช่วยลดไขมันในเส้นเลือด 2. ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและสมองขาดเลือดชั่วคราว มีผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานน้ำมันปลาวันละ 3 กรัม ร่วมกับวิตามินอีธรรมชาติ 200-400 ยูนิต สามารถลดอัตราการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลวลง 15% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทานน้ำมันปลา เนื่องจากน้ำมันปลา จะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและช่วยลดไขมันในเลือด จึงป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง 3. ลดความดันโลหิตสูง การรับประทานน้ำมันปลาช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงมีผลให้ความดันเลือดลดลง 4. ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมันปลา เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ ซึ่งสารกลุ่มนี้จะยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานน้ำมันปลายังช่วยบรรเทาอาการปวดข้อรูมาตอยด์ข้อเสื่อมและยังช่วยลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดข้อลงได้อีกด้วย ประโยชน์มากมายอย่างนี้ น้ำมันปลาจึงถือเป็น อาหารเสริมลดน้ำหนัก...

read more

7 ข้อห้าม ไม่ควรทำ หากไม่อยากอ้วน

Posted by on Apr 1, 2017 in 3. สุขภาพ | Comments Off on 7 ข้อห้าม ไม่ควรทำ หากไม่อยากอ้วน

7 ข้อห้าม ไม่ควรทำ หากไม่อยากอ้วน

การลดความอ้วน หรือลดน้ำหนักอย่างถูกต้องนั้น ต้องประกอบไปด้วย 3 อย่างหลักๆ ก็คือ ควบคุมโภชนาการอาหารให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู และระบบต่างๆ ในร่างกายได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากการ ลดความอ้วน อย่างถูกต้องที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีข้อห้ามอีกมากมายที่ไม่ควรทำในช่วงที่ลดน้ำหนัก หรือไม่ควรทำจนเป็นนิสัย หากไม่อยากอ้วน และเสี่ยงต่อโรคทางสุขภาพ ดังนี้ 1. กินยาลดความอ้วน ยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสม หรือส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และมีผลต่อจิตใจ นอกจากนี้ยังได้ผลดีในระยะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสามารถกลับมาอ้วนได้มากกว่าเดิม 2. งดอาหารว่างและอาหารค่ำ เพราะเป็นอาหารมื้อที่ไม่จำเป็น ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป หากในแต่ละมื้อหลักเรากินอิ่มพอดี ก็จะไม่อยากอาหารว่าง และไม่ต้องกินอาหารค่ำ 3. เครียดแล้วกิน ควรหากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทำแทน เพราะกว่าคุณจะรู้สึกตัวอีกที อาจจะอ้วนจนยากที่จะลดแล้วก็ได้ 4. อดอาหาร ถ้าเราอดอาหาร ร่างกายจะยิ่งเก็บไขมัน และแป้งเอาไว้ง่ายยิ่งขึ้นเพื่อทดแทนการขาดอาหาร ทำให้อ้วนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังควรกินอาหารเช้าทุกวัน เพราะจะช่วยเร่งการเผาผลาญ การย่อยอาหาร และการขับถ่าย 5. งดอาหารทอดและไขมันจากสัตว์ ควรงดของทอด ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ทั้งหลาย เพราะไขมันจากสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดและสะสมตามจุดต่างๆ ของร่างกาย 6. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและรสเค็ม อาหารรสจัด ทั้งเปรี้ยว หวาน และเค็ม ไม่ดีต่อการทำงานของลำไส้ และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย 7. ลดคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่เปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้ หากเรากินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้น้อยลง ร่างกายจะไปเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป ในช่วงลดความอ้วน ก็ควรมีวินัยในการกินอาหาร และการออกกำลังกาย รวมไปถึงการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแงขึ้น ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคอื่นๆ...

read more

อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

Posted by on Dec 9, 2016 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

เมื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องปฏิบัติงานบนที่สูง โดยเฉพาะบน รถกระเช้า ซึ่งบางครั้งต้องขึ้นไปสูงถึงกว่า 20 เมตร และเสี่ยงต่ออันตราย ต้องเรียนรู้จักการใช้งานชุดอุปกรณ์เสริมในการปฏิบัติงาน และปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยต่างๆ อย่างเคร่งครัดด้วย อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานบนที่สูง มีดังนี้ อุปกรณ์จำกัดระยะผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์จำกัดระยะ ประกอบด้วยสายรัดแบบเต็มตัวและสายคล้องเกี่ยวแบบสายแฝด ใช้เมื่อทำงานบนพื้นสูงขอบเปิด เช่นพื้นอาคารที่กำลังก่อสร้าง เพลทฟอร์มโรงงานซึ่งยังไม่สร้างรั้วกันตก เป็นต้น เพื่อบังคับระยะ รั้งดึงตัวผู้ปฏิบัติงานป้องกันไม่ให้ไปถึงขอบตก อุปกรณ์ลดความรุนแรงเนื่องจากการตก ชุดอุปกรณ์ประกอบด้วยสายรัดแบบเต็มตัวช็อคอัฟซอฟเบอร์และสายคล้องเกี่ยวแบบสายแฝด การใช้อุปกรณ์นี้เพื่อให้ในกรณีที่หากเกิดเหตุตกจากที่สูง ผู้ปฏิบัติงานจะไม่กระแทกกับโครงสร้าง ไม่กระแทกพื้นและไม่กระตุกหยุดทันทีซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้พิการ หรือเสียชีวิตได้ ช็อคอัฟซอฟเบอร์ คืออุปกรณ์ดูดซับแรงกระแทก เมื่อเกิดอุบัติเหตุและเกิดแรงกระตุกจากการตกก็จะคลี่ขาดคราวละหนึ่งพับ ผ่อนรั้งเป็นลำดับขั้นไม่กระตุกหยุดทันที การทำงานลักษณะดังนี้จะดูดซับไม่ให้แรงกระทำกับตัวผู้ปฏิบัติงาน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บเล็กน้อยอยู่ในระดับยอมรับได้ จุดคล้องเกี่ยวแลนยาร์ด ต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการดังนี้คือ 1. แข็งแรง ขอบไม่คมหรือไม่ใช่ขอบเหลี่ยม 2. สูงได้ระดับ ดูภาพประกอบ 3. ต้องอยู่ดิ่งเหนือตัวผู้ปฏิบัติงาน หากมีความจำเป็น ยอมรับเอียงได้ไม่เกิน 30 องศา หากเกิดเหตุ ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่กระแทกพื้น เนื่องจากอุปกรณ์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างตัวผู้ปฏิบัติงาน จะมีความยาวรวม 6.5 เมตร หากใช้แลนด์ยาร์ดขนาดความยาว 1.8 เมตร ความยาวรวมจะเท่ากับ 6.3 เมตร ฉะนั้นระยะที่กล่าวถึงนี้จึงเป็นเงื่อนไขกำหนดความสูงจุดคล้องเกี่ยวแลนด์ยาร์ด นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย ยังมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมด้วย เช่น แลนยาร์ดแบบสายคู่ร่วมกับช็อคอัฟซอฟเบอร์เชือกชนิดยืดตัวต่ำและสายช่วยชีวิตชนิดดึงหยุดหากต้องทำงานบนที่สูง และรถกระเช้าในความสูง...

read more

ข้อควรคำนึงของรถโฟล์คลิฟท์แต่ละประเภทที่คุณอาจมองข้าม

Posted by on Dec 5, 2016 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on ข้อควรคำนึงของรถโฟล์คลิฟท์แต่ละประเภทที่คุณอาจมองข้าม

ข้อควรคำนึงของรถโฟล์คลิฟท์แต่ละประเภทที่คุณอาจมองข้าม

รถโฟล์คลิฟท์ มีด้วยกันหลายประเภท ทั้งการแบ่งตามระบบขับเคลื่อนพลังงาน และแบ่งตามการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งบางครั้ง เราเลือกด้วยความพึงพอใจ และความคุ้นเคยในการดูแลเป็นหลัก แต่จะเลือกรถโฟล์คลิฟท์แบบใด ประเภทใดก็ตาม เราควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสำคัญ รวมไปถึงคำนึงถึงข้อจำกัดในการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์ประเภทนั้นด้วย ไม่เช่นนั้น อาจต้องเสียเวลา เสียเงินจำนวนมากในการซื้อใหม่ หรือไม่สามารถใช้งานรถได้อย่างคุ้มค่า 1. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า หลายคนชอบระบบไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย เลี้ยวในวงแคบได้ดี ทำงานในตัวอาคารได้ ไม่ต้องดูแลเครื่องยนต์ให้ยุ่งยาก ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง เสียงเงียบสงบดี ไม่มีควันจากท่อเสีย แต่ระบบไฟฟ้าก็ไม่เหมาะกับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่นานมาก ไม่เหมาะกับอุณหภูมิเย็นจัด ร้อนจัด หรือเปียกชื้น อีกทั้งยังต้องมีผู้ชำนาญในการดูแล 2. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล แม้ว่าเครื่องยนต์ดีเซลจะมีช่างดูแลที่ชำนาญอยู่มาก ใช้งานได้อย่างคุ้นเคย มีความทนทานสูงต่อทุกสภาพ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีเสียงดังรบกวนการทำงานตลอดเวลา มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูง และมีควันมาก การทำงานกับรถชนิดนี้จึงต้องเสี่ยงต่อการสูดดมควันรถเข้าไป 3. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แก๊ส L.P.G. รถโฟล์คลิฟท์ที่เติมแก๊สก็มีใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้มาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่แก๊สจะรั่วไหลซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายไปกับมาตรการป้องกัน หรือดูแลเพิ่มเติมได้มาก และอาจสตาร์ทติดยาก ค่อนข้างยุ่งยากต่อการซ่อมบำรุง เชื้อเพลิงหายากกว่าที่สำคัญ ตัวถังแก๊สอาจบังวิสัยทัศน์การใช้งานได้ จะเห็นได้ว่า forklift แต่ละชนิดแต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเหมาะกับลักษณะการใช้งานแต่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น หากอยากใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ที่ซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างคุ้มค่าที่สุด ก็ควรนึกถึงลักษณะการใช้งานและข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยก่อนตัดสินใจ และเลือกซื้อให้เหมาะสม...

read more

SEO คุ้มค่าต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

Posted by on Aug 8, 2016 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on SEO คุ้มค่าต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

SEO คุ้มค่าต่อธุรกิจของคุณอย่างไร

ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจใช้งบประมาณทำอะไรสักอย่างเพื่อส่งเสริมธุรกิจ คุณย่อมต้องการความคุ้มค่ามากที่สุด หากคุณอยากหาตัวช่วยดีๆ สำหรับธุรกิจของคุณ ลองเลือกใช้การทำ SEO มาช่วยดูสิครับ หากคุณเลือกผู้รับทำ SEO ที่มีคุณภาพ รับรองว่าการทำ SEO จะสามารถปลดปล่อยประสิทธิภาพออกมาได้อย่างคุ้มค่าต่อธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมในแวดวงธุรกิจ โดยมุ่งเน้นให้สามารถติดอันดับจากการจัดอันดับของเว็บค้นหาต่างๆ หรือที่นิยมมากที่สุดอย่าง Google ได้ โดยมีคีย์เวิร์ดเป็นอาวุธสำคัญ การ รับทำ seo นั้น มีความเหมาะสมกับการทำธุรกิจในยุคของโลกออนไลน์นี้อย่างมาก ซึ่งช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจได้อย่างมากมาย เช่น 1. ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้น และตรงกลุ่มเป้าหมาย 2. ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักได้ง่าย 3. ช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น 4. ช่วยให้ธุรกิจมีความเป็นระบบและเป็นสากลมากขึ้น 5. ช่วยให้เกิดความไว้วางใจจากลูกค้าได้ เนื่องจากเว็บธุรกิจของคุณมีผู้เข้ามาเยี่ยมชม และตัดสินใจซื้อสินค้าจำนวนมาก 6. เป็นการใช้งบประมาณที่มีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการโปรโมทแบบอื่นๆ และยังได้ผลที่น่าพึงพอใจมากกว่าอีกด้วย 7. ช่วยให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเติบโตในระยะยาว สิ่งต่างๆ และความคุ้มค่าของการทำ SEO ที่กล่าวมาเหล่านี้ ช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีทางธุรกิจ และส่งเสริมให้ธุรกิจมีชื่อเสียงต่อไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถต่อยอดทางธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต การทำ SEO นั้น มีความคุ้มค่าอย่างมาก หากคุณอยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความคุ้มค่าต่างๆ เหล่านี้ ก็อย่าลืม SEO...

read more

5 ข้อดีอย่างชัดเจน ของforkliftไฟฟ้า

Posted by on Nov 4, 2015 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on 5 ข้อดีอย่างชัดเจน ของforkliftไฟฟ้า

5 ข้อดีอย่างชัดเจน ของforkliftไฟฟ้า

forklift แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และแบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งแต่ละประเภทนั้น จะมีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป การเลือกใช้งาน forklift แบบใดนั้น ควรนึกถึงความเหมาะสมในการใช้งาน และพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละประเภทเสียก่อน forkliftประเภทระบบไฟฟ้า มีข้อดีอยู่หลายประการที่เราพอจะนึกถึงได้ ซึ่งหากจะบอกออกมาเป็นข้อๆ อย่างชัดเจน และเห็นว่าเป็นข้อดีจริงๆ นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 ข้อ ดังนี้ 1. ไม่ต้องมีต้นทุนเชื้อเพลิง forkliftแบบไฟฟ้านั้น ไม่ใช้เชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่ ดังนั้น จึงไม่มีค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากในแต่ละปีเลยทีเดียว 2. เงียบสงบ ในการทำงาน หากอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสมาธิกับการทำงาน เราคงไม่อยากทำงานในที่ที่มีเสียงดังรบกวนตลอดเวลา ซึ่งระบบไฟฟ้านั้น ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดงรบกวนแน่นอน 3. ไม่มีเขม่าควัน เมื่อไม่ใช้เครื่องยนต์ ก็ไม่มีเขม่าควัน จึงทำงานได้อย่างสบายใจ สุขภาพดี ไม่ต้องสูดดมควันรถเข้าไปตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นอันตรายได้ 4. ยกของได้มากกว่า และมั่นคงกว่า ระบบในforkliftแบบไฟฟ้า จะสามารถจุของได้มากกว่า และมีความมั่นคงปลอดภัยกว่าในการยก 5. ดูแลง่ายกว่าแบบเครื่องยนต์ เพราะไม่ต้องคอยดูแลเครื่องยนต์ น้ำกลั่น น้ำในหม้อน้ำ หรืออะไรต่างๆ เพียงแต่ดูแลแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดีเท่านั้นเอง ประโยชน์ดีๆ และชัดเจนของforkliftระบบไฟฟ้าทั้ง 5 ข้อนี้ คงเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเลือกใช้forkliftระบบไฟฟ้านะคะ ลงประกาศขาย รถโฟล์คลิฟท์มือสอง รถยก รถลาก รถจับถัง รถกระเช้า อะไหล่ แบตเตอรี่ ยาง บริการซ่อม ขนย้าย โมดิฟาย อื่นๆ...

read more

มาทำความรู้จักรถโฟล์คลิฟท์ประเภทไฟฟ้ากันเถอะ

Posted by on Oct 24, 2015 in 6. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on มาทำความรู้จักรถโฟล์คลิฟท์ประเภทไฟฟ้ากันเถอะ

มาทำความรู้จักรถโฟล์คลิฟท์ประเภทไฟฟ้ากันเถอะ

รถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้งานกันโดยทั่วไปแล้วนั้น จะมีอยู่  2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หรือการใช้แบตเตอรี่ รถโฟล์คลิฟท์ ประเภทขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ท่านคงพอทราบได้ว่าระบบการทำงาน และการใช้งานของมันเป็นอย่างไร เนื่องจากรถยนต์ที่เราขับๆ กันอยู่นั้น ก็เป็นแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เช่นกัน แต่รถโฟล์คลิฟท์ประเภทไฟฟ้า บางท่านยังขาดความเข้าใจ และขาดข้อมูล จึงทำให้ยากต่อการตัดสินใจเลือกใช้งาน วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักรถโฟล์คลิฟท์แบบไฟฟ้าด้วยกัน ด้านการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์ประเภทไฟฟ้า รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า มีข้อดีในการใช้งานอยู่มาก มีความมั่นคงต่อการยกของสูง ไม่มีเสียงดังรบกวนในขณะใช้งาน และยังไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพราะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีที่ดีมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ารถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ยังมีความจำกัดในเรื่องความทนทานของรถ เช่น ไม่ควรใช้งานติดต่อกันตลอดเวลา หรือประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง หากเจออากาศร้อนจัด เย็นจัด เปียกชื้น หรืออาจมีการกัดกร่อนได้ รวมถึงการทำงานในที่ที่มีอุณหภูมิที่เย็นจัด จนถึงจุดแช่แข็ง ก็จะมีผลต่อตัวรถ และแบตเตอรี่ จึงควรมีการป้องกันไว้ก่อน ด้านการซ่อมบำรุง ในด้านการซ่อมบำรุง จะสะดวกกว่าประเภทเครื่องยนต์ ซึ่งต้องดูแลในหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และการดูแลต่างๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ เพราะรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ดูแลเพียงเรื่องของแบตเตอรี่เท่านั้น ซึ่งการดูแลแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ก็ต้องใส่ใจเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ทุกครั้งหลังใช้งาน การเตรียมแบตเตอรี่สำรอง รวมถึงควรมีพื้นที่ในการติดตั้งตู้ชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งใช้พื้นที่พอสมควร และต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก รวมถึงไม่ร้อนจนเกินไป เนื่องจากในขณะชาร์จจะมีน้ำกลั่นระเหยออกมาตลอดเวลา แม้ว่ารถโฟล์คลิฟท์ระบบไฟฟ้า จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ารถโฟล์คลิฟท์ประเภทอื่น แต่ก็สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าซ่อมบำรุงไปได้มาก ที่สำคัญเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานได้อย่างมาก เนื่องจากไม่มีเสียงดังรบกวน และไม่มีมลพิษนั่นเอง ลงประกาศขาย รถโฟล์คลิฟท์มือสอง รถยก รถลาก รถจับถัง รถกระเช้า อะไหล่ แบตเตอรี่ ยาง บริการซ่อม ขนย้าย โมดิฟาย อื่นๆ  ...

read more