ข้อควรคำนึงของรถโฟล์คลิฟท์แต่ละประเภทที่คุณอาจมองข้าม

Share Button

forklift
รถโฟล์คลิฟท์ มีด้วยกันหลายประเภท ทั้งการแบ่งตามระบบขับเคลื่อนพลังงาน และแบ่งตามการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งบางครั้ง เราเลือกด้วยความพึงพอใจ และความคุ้นเคยในการดูแลเป็นหลัก

แต่จะเลือกรถโฟล์คลิฟท์แบบใด ประเภทใดก็ตาม เราควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสำคัญ รวมไปถึงคำนึงถึงข้อจำกัดในการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์ประเภทนั้นด้วย ไม่เช่นนั้น อาจต้องเสียเวลา เสียเงินจำนวนมากในการซื้อใหม่ หรือไม่สามารถใช้งานรถได้อย่างคุ้มค่า

1. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า
หลายคนชอบระบบไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย เลี้ยวในวงแคบได้ดี ทำงานในตัวอาคารได้ ไม่ต้องดูแลเครื่องยนต์ให้ยุ่งยาก ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง เสียงเงียบสงบดี ไม่มีควันจากท่อเสีย แต่ระบบไฟฟ้าก็ไม่เหมาะกับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่นานมาก ไม่เหมาะกับอุณหภูมิเย็นจัด ร้อนจัด หรือเปียกชื้น อีกทั้งยังต้องมีผู้ชำนาญในการดูแล

2. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล
แม้ว่าเครื่องยนต์ดีเซลจะมีช่างดูแลที่ชำนาญอยู่มาก ใช้งานได้อย่างคุ้นเคย มีความทนทานสูงต่อทุกสภาพ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีเสียงดังรบกวนการทำงานตลอดเวลา มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูง และมีควันมาก การทำงานกับรถชนิดนี้จึงต้องเสี่ยงต่อการสูดดมควันรถเข้าไป

3. เลือกแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แก๊ส L.P.G.
รถโฟล์คลิฟท์ที่เติมแก๊สก็มีใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากประหยัดค่าเชื้อเพลิงไปได้มาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่แก๊สจะรั่วไหลซึ่งอาจเสียค่าใช้จ่ายไปกับมาตรการป้องกัน หรือดูแลเพิ่มเติมได้มาก และอาจสตาร์ทติดยาก ค่อนข้างยุ่งยากต่อการซ่อมบำรุง เชื้อเพลิงหายากกว่าที่สำคัญ ตัวถังแก๊สอาจบังวิสัยทัศน์การใช้งานได้

จะเห็นได้ว่า forklift แต่ละชนิดแต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเหมาะกับลักษณะการใช้งานแต่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น หากอยากใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ที่ซื้อมาด้วยราคาแพงอย่างคุ้มค่าที่สุด ก็ควรนึกถึงลักษณะการใช้งานและข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยก่อนตัดสินใจ และเลือกซื้อให้เหมาะสม ก็จะสามารถใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ